เมื่อพูดถึงเรื่องของชะตาฟ้าลิขิตนั้น บางครั้งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะ เช่นเดียวกับเรื่องราวสุดประทับใจนี้เกิดขึ้นกับ “ไดอาน่า” ช่างภาพสาว จากฮาวายคนนี้

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนเธอเริ่มถ่ายภาพคนเร่ร่อนตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ เธอถ่ายภาพคนเร่ร่อนที่อยู่บนถนนจนเธอได้มาเจอกับคนเร่ร่อน คนหนึ่งที่ดูแล้วมีลักษณะเหมือนกับพ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ

เธอรู้สึกช็อก และไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่หลังจากที่เธอได้ติดตามเขาก็เริ่มมั่นใจว่าเขาเป็นพ่อของเธอจริง ๆ ในตอนแรกเธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปคุยกับเขา ได้แต่ติดตามดูการใช้ชีวิตของพ่อ จนในที่สุดเธอรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปคุยกับพ่อ แต่เขากลับไม่พูดตอบโต้อะไรใด ๆ เลย

แต่เธอก็ยังไม่ถอดใจเธอยังคงมาหาพ่อทุกวัน บางครั้งเธอร้องไห้ออกมา เธอก็รู้สึกเสียใจที่เห็นพ่อในสภาพแบบนี้ “ความทรงจำครั้งสุดท้ายระหว่างฉันกับพ่อ ตั้งแต่ตอนฉันห้าขวบ พ่อทิ้งเราสองแม่ลูกไป ปล่อยให้แม่และฉันต้องต่อสู้หาเลี้ยงตัวเองโดยลำพัง ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงิน จำได้ว่าบางวันต้องไปนอนที่สวนสาธารณะ”

ด้วยความเจ็บปวดในวัยเด็пนี้เอง ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะทำงานช่วยเหลือสังคมและเริ่มต้นโปรเจคถ่ายภาพบุคคลไร้บ้านหอคนเร่ร่อน หลายปีก่อนเธอจำได้ว่าคุณย่าโทรหาเธอแล้วบอกกับเธอว่าอาการของพ่อไม่ค่อยดีนัก สุขภาพแย่ลงมาก ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน แล้วไม่ยังไม่ยอมไปรักษาอีกด้วย

ตอนนี้เธอตัดสินใจที่จะดูแลและชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไปให้กับพ่อ ทุก ๆ วันหลังจากเธอไปส่งลูกที่โรงเรียน เธอจะแวะมาดูพ่อทุกครั้ง จะซื้ออาหาร ซื้อน้ำมาให้ ชวนคุยบ้าง โดยหวังว่าวันหนึ่งเธอจะสามารถพาพ่อไปรักษาตัวให้หายเป็นปกติ

แต่ทุกครั้งพอก็ไม่ยอมคุยกับเธอ ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ ตอนหลังเธอใช้วิธีการถ่ายรูปเก็บเป็นความทรงจำ และมันเป็นการสื่อสารระหว่างกันที่สื่อออกมาผ่านภาพถ่าย

วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังเดินทางไปหาพ่อตามปกติ แต่เธอกลับไม่พบเขา ไม่ว่าจะตามหาไปทั่วทุกที่ก็ไม่พบ จนมารู้ว่าพ่ออาการหัวใจกำเริบ

จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากพอได้รับการรักษาอาการของพ่อก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มที่จะยอมพูดกับไดอาน่าแล้ว

ตอนนี้ทั้งสองได้ข้ามผ่านความทรงจำอันเລวร้ๅยและเลือกที่จะใช้เวลาที่เหลืออย่างมีความสุขเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไป

“ถึงแม้ว่าฉันจะเจ็บปวดเหลือเกิน ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวในวัยเด็п แต่วันนี้ฉันเรียนรู้ที่จะให้อภัยและเริ่มต้นใหม่ เพราะถึงยังไงเค้าก็คือพ่อผู้ให้กำเนิดฉัน ”

แหล่งที่มา: LIEKR

เรียบเรียงโดย sharesod.com