ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในบางพื้นที่ในช่วงนี้เกษตรกรบางรายเริ่มที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวกันแล้ว และในข้าวที่เริ่มเพาะปลูกมาตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมก็เริ่มที่จะสุกเหลืองอร่ามรอคอยการเก็บเกี่ยวในไม่ช้า สำหรับที่ผ่านมาการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวของเกษตรกรยังมีปัญหาในเรื่องของคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ได้รับไม่สูงมากนัก สาเหตุที่สำคัญก็เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเกษตรกรจะต้องให้ความสนใจและรู้ถึงวิธีในการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่เหมาะสม

โดยให้เกษตรกรเริ่มสังเกตตั้งแต่เมื่อข้าวเริ่มออกดอก ซึ่งถ้าข้าวทั้งแปลงออกดอกประมาณ 80% ถือเป็นวันออกดอก นับจากวันออกดอกไปอีก 28 -30 วัน ก็จะเป็นกำหนดวันเก็บเกี่ยวข้าวที่เหมาะสม โดยให้มีการระบายน้ำออกจากแปลง ก่อนถึงกำหนดเก็บเกี่ยวประมาณ 7 – 10 วัน ควรระบายน้ำออกจากแปลงนา เพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอและสะดวกในการเก็บเกี่ยว เมื่อถึงระยะสุกแก่เหมาะสมคือ 28 -30 วันหลังออกดอกให้เริ่มทำการเก็บเกี่ยวผลผลิต

โดยเมล็ดจะต้องมีความชื้นไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งหากมีการเก็บเกี่ยวข้าวก่อนหรือหลังจากระยะนี้ไปจะทำให้ข้าวสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการนวดข้าวเกษตรกรอาจทำได้หลายวิธี เช่น ใช้คนนวด เครื่องนวด หรือเครื่องเกี่ยวนวด ในการนวดทุกวิธีจะต้องระมัดระวังการสูญเสียปริมาณข้าวจากการร่วงหล่น กระเด็นติดไปกับฟางข้าว และเมล็ดเกิดการแตกร้าวหรือแตกหัก เกษตรกรจะต้องเลือกวิธีที่ใช้ในการนวดให้มีความเหมาะสมกับตนเอง และพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียของผลผลิตข้าว

การนวดที่ปฏิบัติในประเทศไทย มีดังนี้ การใช้คนนวดหรือนวดด้วยเท้า เป็นวิธีที่ดีทำให้ข้าวไม่เสียคุณภาพ และมีการสูญเสียน้อยแต่ต้องใช้เวลาและเปลืองแรงงานมาก ไม่เหมาะกับการทำนามาก ๆ แต่เหมาะกับข้าวที่จะเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ การใช้สัตว์นวด ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพการสีแต่จะมีการสูญเสีย เนื่องจากการนวดไม่หมดและมีสิ่งเจือปนมากถ้าลานนวดไม่สะอาด การนวดโดยวิธีฟาด อาจฟาดกับลานข้าวโดยตรง

ในครุหรือภาชนะอื่น ๆ การนวดวิธีนี้จะทำให้เกิดการสูญเสียอันเกิดจากแรงของการฟาด ทำให้มีเมล็ดบางส่วนกระเด็นสูญหายไป และบางส่วนก็ตกค้างอยู่ในรวงอันเกิดจากการนวดไม่หมด นวดโดยรถไถหรือแทรกเตอร์ วิธีนี้เมล็ดข้าวจะมีการแตกร้าวและแตกหักเวลาสีบ้าง แต่ส่วนมากการสูญเสียจะเกิดเนื่องจากเมล็ดข้าวเปลือกถูกรถบดแตกหักและมีการนวดไม่หมด การนวดโดยใช้เครื่องนวดปัจจุบันยังนิยมใช้กันอยู่ในบริเวณที่ยังไม่มีรถเกี่ยวนวดใช้

ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีเครื่องทำความสะอาดอยู่ในตัวทำให้สะดวกและรวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายต่ำ เหมาะแก่เกษตรกรที่มีการทำนามาก ๆ และใช้คนเกี่ยว การใช้เครื่องเกี่ยวนวด เครื่องจะทำการเกี่ยวและนวดข้าวออกมาเลยเมล็ดข้าวที่นวดได้จะออกมาจากเครื่องนวดและบรรจุในถังเก็บหรือในกระสอบ ความสูญเสียข้าวขึ้นอยู่กับความเร็วของรถเกี่ยว อายุข้าว ความชื้นเมล็ด การล้มของข้าว เป็นต้น

นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรกรจังหวัดนครพนม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากเก็บเกี่ยว และนวดข้าวแล้วจะได้ข้าวเปลือก ซึ่งยังคงมีความชื้นในเมล็ดที่สูงอยู่ เพราะเมล็ดข้าวเป็นสิ่งที่มีชีวิต มีการหายใจ การลดความชื้นในเมล็ดข้าวจึงมีความสำคัญต่ออายุการเก็บรักษาและอัตราการเสื่อมคุณภาพ อีกทั้งยังป้องกันการเข้าทำลายของแมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บ ดังนั้นหลังจากเก็บเกี่ยวและนวดข้าว จะต้องรีบตากหรือลดความชื้นเมล็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด เพื่อลดอัตราการหายใจของเมล็ด ลดการเกิดเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น

โดยมีวิธีการลดความชื้น 2 วิธี คือ วิธีธรรมชาติ ได้แก่ การใช้แสงอาทิตย์เป็นแหล่งของความร้อน เป็นวิธีการที่เกษตรกรใช้กันมากที่สุดเพราะประหยัด ไม่ยุ่งยาก และได้ผลดี และการใช้เครื่องอบ ตู้อบ ฯลฯ สามารถควบคุมการลดความชื้นให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ใช้ระยะเวลาลดความชื้นไม่มากและยังสามารถควบคุมป้องกันความเสียหายต่อคุณภาพข้าวได้ดีกว่าวิธีธรรมชาติ และในขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ลดความชื้นแล้วจะต้องทำความสะอาดผลผลิตข้าว คือจะต้องแยกสิ่งปะปนหรือสิ่งเจือปนต่างๆ ออกจากข้าว

เช่น เมล็ดพืชอื่นๆ เมล็ดวัชพืช เมล็ดข้าวที่เสียหาย (แตกหัก,ป่น,ร้าวฯลฯ) ชิ้นส่วนต่างๆ ของข้าว เช่น ส่วนของใบ ลำต้น ระแง้ วัตถุอื่นๆ เช่น กรวด หิน ดิน ทราย เศษโลหะต่างๆ ตลอดจนเมล็ดข้าวลีบ และเมล็ดข้าวที่ไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

เรียบเรียงโดย : หลิวหล่าวซือ