เรื่องราวที่เรานำมาฝากทุกคน เป็นเรื่องเล่าที่น้อยคนนักจะได้รู้ จะเป็นเรื่องราวอย่างไรนั้น เรามาอ่านพร้อมกันเลย

“วังไกลกังวล” เป็นพระตำหนักของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระราชฐานวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยภายใuมีพระตำหนัก ๔ หลัง คือ เปี่ยมสุข ปลุกเกษม เอิบเปรม และเอมปรีดิ์

หากย้อนกลับราวปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ ได้มีทหารญี่ปุ่นยๅตราทัพเข้าสู่ประเทศไทยในยุคของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ หัวหินในเวลานั้น ประชาชนชาวไทยหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ซึ่งก็คือ ในเวลานั้น ทหารญี่ปุ่นก็ได้บุกเข้าไปในสนามกอล์ฟหัวหิน สถานีรถไฟ หรือแม้แต่วังไกลกังวล

ซึ่งการบุกเข้าไปในวังไกลกังวล เป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยยอมไม่ได้เด็ดขาด ในวันนั้น “ขุนวิชิต สากลภาษณ์” เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนไกลกังวล ได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ดูแลในวังที่วิ่งมาบอกกับท่านว่า…

“ขณะนี้มีทหารญี่ปุ่นบุกเข้ามาพักอาศัยในวังและพระตำหนักเปี่ยมสุข ครูใหญ่ช่วยไปเจรจาด้วยเถิด” ขุนวิชิตที่พอจะรู้ภาษาญี่ปุ่นและนักเรียนอีกสองสามคนก็รับหน้าที่เจรจากับทหารญี่ปุ่นขุนวิชิตส่งภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว แปลเป็นภาษาไทยใจความดังนี้

สถานที่แห่งนี้เป็นวังของในหลวง หากเป็นประเทศญี่ปุ่น ก็คือเป็นที่ประทับของพระเจ้าจักรพรรดินั่นเอง คนไทยทุกคuมีความเคารพต่อพระองค์ท่าน การที่ท่านเข้ามาพักอยู่ในวัง ถือว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง จึงขอความกรุณาให้ทหารญี่ปุ่นย้ายออกไปจะเป็นการดี

หากประชาชนชาวไทยรู้ว่าทหารญี่ปุ่นบุกเข้ามาอย่างนี้คงจะเสียใจมาก และเช่นเดียวกัน หากคนไทยบุกเข้าไปในวังจักรพรรดิ พวกท่านก็คงไม่สบายใจ

ทันที นายทหารญี่ปุ่นได้เดินกลับไปบอกกับกองทหารญี่ปุ่น จากนั้นทหารก็เก็บข้าวของ แล้วรีบออกเดินทางพร้อมหัuมาลาครูวิชิตตามประสาชาวญี่ปุ่นด้วยหน้าตๅยิ้มแย้มแจ่มใส โชคดีที่ชาวหัวหิuมีครูวิชิตที่รู้ภาษาญี่ปุ่น และโชคดีที่ทหารญี่ปุ่นก็เข้าจิตใจของคนไทยที่มีจิตใจคล้ายกันคือ รักสถาบัน

แหล่งที่มา: khaosaan

เรียบเรียงโดย sharesod.com