รู้หรือไม่ว่า คนที่ประกอบอาชีพอิสระ (เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย รับจ้างทั่วไป ฯลฯ) หรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีนายจ้างประจำนั้น สามารถรับสวัสดิการคุ้มครองจากภาครัฐได้ด้วยการสมัคร ประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง ซึ่งเรียกว่าตอบรับกับในยุคนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะหลายๆ คนนั้นก็เลือกที่จะประกอบอาชีพอิสระเป็นเจ้านายของตัวเอง เพราะด้วยความอิสระและเป็นการท้าทายความสามารถของตัวเองเป็นอย่างมาก รวมถึงหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็สามารถเติบโตได้เท่าที่เราจะทำไหวเลยก็ว่าได้ โดยวันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูรายละเอียดในส่วนนี้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใครที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ตามมาดูกันได้เลย

ประกันสังคม 3 ทางเลือกสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง และในปัจจุบันนั้นผู้ที่จะเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกถึง 3 ทาง ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ

-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย

-กรณีทุพพลภาพ

-กรณีเสียชีวิต

รายละเอียดของทางเลือกที่ 1 มีดังนี้

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

1.เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40 ) จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน จะได้รับเงินชดเชย 300 บาท/วัน สูงสุด 30 วัน/ปี

2.กรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานและพักฟื้นที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุด 30 วัน/ปี

3.แต่หากกรณีที่แพทย์สั่งหยุดงาน 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท สูงสุด 3 ครั้ง/ปีอีกด้วย

ค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) 30 บาท จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

กรณีทุพพลภาพ

1.จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ตั้งแต่ 500-1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี (โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบก่อนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ)

กรณีเสียชีวิต

2.จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิตครบ 60 เดือน

ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี คือ

-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย

-กรณีทุพพลภาพ

-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)

-กรณีเสียชีวิต

รายละเอียดของทางเลือกที่ 2 มีดังนี้

กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ,กรณีทุพพลภาพ ,กรณีเสียชีวิต

เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) ที่อยู่ในทางเลือกที่ 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องของเงินชดเชยกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ เงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์เมื่อเสียชีวิต เหมือน2.ผู้ประกันตนที่อยู่ในทางเลือกที่ 1 ทั้งหมด แต่จะมีเพิ่มเติมในส่วนของ กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) เข้ามาซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)

เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อน พร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) และหากเราต้องการมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณมากขึ้น เราสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบเพิ่มได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน

ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 450 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 300 บาท รัฐสนับสนุน 150 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ

-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย

-กรณีทุพพลภาพ

-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)

-กรณีสงเคราะห์บุตร

-กรณีเสียชีวิต

 

เรียบเรียงโดย : https://sharesod.com