รองนายกรัฐมนตรี  “วิษณุ เครืองาม” ยอมพูดแล้ว สาเหตุสั่งเด้ง “พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ” แบบฟ้าผ่า

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ต่อมามีรายงานว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 2/2562 โอนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขาดจากตำแหน่งเดิม ให้ไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง)

ปรากฏว่าในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.45 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้ารายงานตัวและรับทราบภารกิจหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบเพียง 10 นาที ทั้งนี้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เดินทางมาโดยแต่งกายในชุดธรรมดา ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ และมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอาการเคร่งเครียดแต่อย่างใด

ล่าสุดทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนเองเป็นผู้รับการรายงานตัวจากพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เข้ามารายงานตัวกรณีช่วยราชการ โดยการรายงานตัวดังกล่าวเป็นการรายงานตัวในกรณีเข้ามาช่วยราชการ ก่อนจะมีการโปรดเกล้าฯ ให้มีการดำรงตำแหน่งใหม่ คือ ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และจะมีการรายงานตัวในตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง

เมื่อถามว่าการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษฯ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบคงต้องไปถามทางตำรวจ เพราะคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/2558 มีหลายลักษณะทั้งมาเพื่อจะสอบสวน สอบสวนแล้วไม่ผิด มาแล้วไม่สอบสวน และสอบสวนแล้วถึงมา และกรณีนี้ตนก็ไม่ทราบว่าจะมีการสอบสวนหรือไม่ ทั้งนี้ต้นเรื่องของการย้ายมาครั้งนี้ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต

 

แหล่งที่มา: dramavariety