ในทุกครั้งคำว่า “ขอโทษ” อาจจะแลกกับคำว่า “ไม่เป็นไร” ไม่ได้เสมอไป

เปิดบทความดี ๆ เกี่ยวกับคำว่า “ขอโทษ” ซึ่งเรื่องราวต่อไปนี้มีผู้เขียนไว้ได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ โดยเรื่องมีอยู่ว่า…

หนุ่มน้อยกับสาวน้อย รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตวัยเด็กของทั้งสอง หนุ่มน้อยชอบแกล้งสาวน้อยเป็นประจำ ชอบทำให้เธอร้องไห้ จากนั้นก็จะปลอบใจจนเธอยิ้มออกมา

จนกระทั่งเติบใหญ่แล้ว ก็ยังคงเป็นเช่นนี้ เขาบ่อยครั้งที่แอบปล่อยลมล้อจักรยานของเธอ แล้วแอบซ่อนอยู่ในที่ไกล ๆ รอดูเธอหมดหนทางในการแก้ไขปัญหา กระวนกระวาย แล้วคอยรอโทรศัพท์ที่เธอโทรมาด่าว่าเขา การกระทำของเขาเยี่ยงโจรน้อย

แต่ทว่า หนุ่มน้อยก็ยังคงชื่นชอบในตัวเธอ เขาจะค่อย ๆ ย่องมาแต่ไกล แล้วจะช่วยเธอเข็นจักรຢาน ที่ล้อຢางแบนปล่อยให้เธอบ่นอยู่ข้าง ๆ ตัวเองกลับแอบชอบใจ จากนั้นจะตีหน้าเศร้า แล้วพูดกับสาวน้อยว่า “ขอโทษ ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว” ทันใดนั้นสาวน้อยก็จะใจอ่อนลง บอกเขาว่าห้ามทำแบบนี้อีก เขาพยักหน้ารับ

หลังจบจากมหาวิทยาลัย เขาและเธอต่างก็มีหน้าที่การงานของตนเอง งานของเขามักจะยุ่งมาก บางครั้งในหนึ่งเดือน อาจมีวันหยุดไม่ถึงหนึ่งครั้ง ส่วนเธอก็มักจะบ่นว่า เขาทอดทิ้งเธอ ดังนั้น ทั้งสองเริ่มทะเลาะกันเป็น ครั้งแรก

เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแล้วร้องไห้ แต่เขาก็คิดว่า ตัวเองมีเหตุผลเพียงพอ จึงบอกกับเธอว่า “นี่ก็เพราะเพื่อหน้าที่การงานของผม” การทะเลาะกันครั้งนี้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ยืดเยื้อไปนาน สุดท้ายเป็นเธอที่ทนไม่ไหว เป็นฝ่ายขอคืนดีกับเขาก่อน

หลังจากนั้นอีกหลาย ๆ ครั้ง ทั้งสองก็จะทะเลาะ กันด้วยเรื่องเล็กน้อยเป็นประจำ แต่ทุกครั้งยังคงเป็นสาวน้อยที่ขอประนีประนอมก่อน ปีนั้นวันเกิดของเธอ เขารับปากกับเธอว่า จะจัดงานวันเกิดอย่างโรแมนติกให้เธอ เธอดีใจมากเธอตั้งใจแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ที่บ้านรอคอยเขากลับมาเพื่อร่วมฉลองวันเกิด

การรอคอยของเธอจนกระทั่งเช้า เธอตื่นจากความฝัน บนใบหน้ายังมีคราบน้ำตาอยู่ เขามองดูเธอแล้วรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเธอ “ขอโทษ แต่งงานกับผมได้ไหม?” จากนั้นเขาหยิบแหวนออกมาหนึ่งวง “ขอโทษ” ก็เป็นคำคำมั่นสัญญาแบบหนึ่ง

หลังแต่งงาน หน้าที่การงานของเขาเจริญก้าวหน้าไปมาก มีงานสังสรรค์บ่อยครั้ง ส่วนเธอก็กลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว ทุกวันอยู่บ้านตระเตรียมอาหารให้เขา ปัดกวาด ทำความสะอาด จัดเก็บของให้เรียบร้อย

เธอจะไปที่ตลาดแล้วซื้อลูกกุ้งมาเลี้ยงในโถเป็นประจำ เขาถามว่า “เพราะอะไร” เธอก็มักจะแค่ยิ้ม ๆ อย่างใสซื่อ

วันต่อ ๆ มา เขากลับมาถึงบ้านทุกครั้งบนตัวมักจะมีกลิ่นน้ำหอมที่ไม่เคยซ้ำ และทุกครั้งที่เธอถามเขามักจะพูดว่า งานสังสรรค์ เธอเริ่มทุกข์และเศร้าใจ ตั้งแต่นั้นมา เธอพูดน้อยลง อีกทั้งไม่เบิกบานเหมือนเก่า เธอเก็บตัวอยู่แต่ภาย ในบ้าน กอดหมอนแล้วดูซีรีย์เกาหลีจากนั้นร้องไห้ตามบทในหนัง

จากนั้นมา ยามที่เขากลับมาบ้านกลิ่นน้ำหอมบนตัวเขา คงเหลืออยู่เพียงกลิ่นเดียว เธอก็ไม่เคยถาม แต่เขามัก จะพูดแบบเดิม ๆ “ขอโທษ วันนี้ไปสังสรรค์อีกแล้ว” คำ “ขอโทษ” ที่เริ่มเป็นคำโกหก

วันต่อ ๆ มา ชายหนุ่มเริ่มไม่กลับบ้านแล้ว หรือไม่ก็มักจะ บอกว่าจะไปปฏิบัติภารกิจที่อื่น หน้าที่การงานของเขาเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้น รอบกายมีแต่คนที่ยกยอเขา ทุก ๆ วันเขาจะอยู่ท่ามกลางคนที่คอยเอาใจเขา แล้วเขาก็จะหัวเราะอย่างทะนงตัว

ฝ่ายเธอแทบจะไม่ก้าวออกมาจากประตูบ้าน เธอมักจะไปร้านสะดวกซื้อ ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและสิ่งของเครื่องใช้ประจำวัน จากนั้นปิดขังตัวเองภายในบ้านเป็นเช่นนี้อยู่นาน แต่ก่อนเธอมักจะสนทนาร่วมกับเขา แต่ตอนนี้เธอโดด เดี่ยวลำพังคนเดียว ข้างกายไม่มีคนพูดคุยด้วย

ทุกครั้งที่โทรศัพท์ ถามเขาว่าจะกลับมาเวลาใด เขามักจะตอบ อย่างเร่งรีบว่า “ขอโทษ ผมกำลังยุ่งมาก” เธอวางโทรศัพย์ลงด้วยความเหม่อลอย ตั้งแต่นั้นมา เธอไม่ถามเขาอีกเลยว่าจะกลับมาเวลาใด

คำ “ขอโทษ” วิธีการที่ “พอเป็นพิธี”

เธอมีความรู้สึกว่าผู้ชายไม่กลับบ้าน อาจเป็นเพราะมองว่าเธอน่าเบื่อหน่าย เธอตัตสินใจว่า ความสุขของตัวเองต้องพี่งตัวเองไปไขว่คว้า ไม่ใช่เอาแต่ถอยห่าง วันนั้นเธอจู่จู่นึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาก็ไปที่ทำงานของ เขาตามที่อยู่ที่มี เป็นครั้งแรกที่เธอไป และก็เป็นครั้งเดียว

เธอขึ้นลิฟท์แล้วมาถึงสถานที่ที่เขามักพูดว่า “ยุ่งมาก” เธอสังเกตุทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ทุกส่วนสวยงามน่ามอง สุดท้าย เธอเดินอ้อมตามทางเดิน มาถึงหน้าประตูห้องทำงานของของเขา ผลักประตูเบา ๆ

เธอตกตะลึง คนที่เธอเห็นไม่ใช่สามีของตนเอง อีกทั้งไม่ใช่โจรน้อยที่ ชอบปล่อยลมยางจักรยานเธอ และยิ่งไม่ใช่เด็กผู้ชายที่ปล่อยลูกกุ้งลงในตู้ปลา แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังร่วมรักกับผู้หญิงอื่น เนิ่นนาน เขาจึงเห็นเธอ กุลีกุจอหยิบกางเกงขึ้นมาสวมใส่ ทว่า เธอหมุนตัวจากไปแล้ว

เขารีบวิ่งตามเธอออกมา คืนนั้น พายุฝนถล่มทั่วเมือง เธอไม่สนใจเสียงเรียกของเขา เธอวิ่งไปข้างหน้า ในเส้นทางที่จะกลับบ้านเขาได้ตะโกนจากข้างหลังว่า “ขอโทษ ผมยังรักเธออยู่น่ะ ขอโทษ ผมรักเธอคนเดียวจริง ๆ” ทว่าเธอไม่ได้ยิน “ขอโทษ” เช่นนี้ ช่างทำร้ายจิตใจคนยิ่งนัก

เขาตามหาเธอไม่เคยเจอเธอสาปสูญไปนานแล้ว โลกของเขาตอนนี้มืดมิด ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน อีกทั้งดื่มเຫล้าทำตัวเสเพล เขาคิดไม่ออกว่าเธอจะไปไหนได้ เพราะเธอไม่มีเพื่อน เพื่อนหนึ่งเดียวของเธอคือเขา

ทุกวันเขาจะเฝ้าหน้าโทรศัพท์ส่วนมือถือก็เปิดไว้ 24 ชั่วโมง กลัวจะพลาดที่เธอโทรมา การรอคอยครั้งนี้ เวลาล่วงเลยไปครึ่งปีกว่า

วันหนึ่งมีกล่องพัสดุส่งด่วนส่งมาถึงเขา เขาเปิดออกดู ภายในมีรูปกุ้งมากมาย ด้านข้างมีจดหมายหนึ่งฉบับ “ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะเห็นเธออีก อาจเป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินไป หรืออาจเป็นเพราะฉัน

แท้จริงแล้ว ก็คือ ไม่อยากเห็นเธออีก ฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้คงไม่ทำ ให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอแตกต่างไปจากเดิมหรอก ฉันสบายดี ได้เรียนรู้การจากเธอไป แล้วต้องดำรงชีวิตอย่างไร

ได้เรียนรู้ วิธีหาเงินเลี้ยงตัวเองให้รอดอย่างไร ทุกวันนี้ไม่ต้องรอเธอกลับบ้าน ทำอาหารร้อน ๆ เต็มโต๊ะ ปล่อยจนเย็น ก็ยังไม่เห็นเงาของเธอ โทรศัพท์มือ ถือของฉัน ฉันไม่ได้ใช้แล้ว เพราะฉันไม่จำเป็นเพื่อเธอแล้ว เปิดเครื่องไว้ 24 ชั่วโมง โดยไม่ปิดเครื่อง

ปล่อยให้ตัวเองทนทุกข์ทรมาน ภายใต้แสงนีออน ฉันเข้าใจทำอย่างไรที่จะทะนุถนอมตัวเอง ทะนุถนอมในการดำรงชีวิตที่สวยสดงดงาม ฉันคิดว่า ฉันสามารถที่จะลืมในการรักเธอ เพราะเธอทำให้ความรักของฉันเต็มไปด้วยบาดแผลใบหย่า เธอเซ็นชื่อแล้วส่งมาให้ฉันตามที่อยู่นี้ก็ได้แล้ว “ขอโทษ” ฉันคิดว่า ฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ

เขาไปหาเธอตามที่อยู่ เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะพบเจอเธอ จากนั้นจะขอเธอให้อภัยอีกทั้งจะบอกเธอว่า ตัวเองขาดเธอไม่ได้ แต่ผู้ที่มาเปิดประตูให้เขา เป็นคุณพ่อของเธอ ส่วนเธอ ยืนอยู่ด้านหลังของคุณพ่อเธอ แต่…เป็นเพียงรูปถ่าย คุณพ่อของหญิงสาวบอกชายหนุ่มว่า หลังจากที่หญิงสาวเขียนจดหมายจบแล้ว ได้ปลิดชีพตัวเอง

ที่แท้ คำ “ขอโทษ” ก็สามารถเป็นการ “จบสิ้น” อย่างหนึ่ง

ในปีเดียวกัน ชายหนุ่มได้กลายเป็นคนบ้าไปแล้ว “ทุกคน” ในชีวิตของตนเอง ต้องพบเจอคนคนหนึ่งที่เรา “ต้อง” ทะนุถนอมอย่างจริงใจและจริงจัง ขอให้คุณ “ทะนุถนอม” คน ๆ นั้นให้ดีดี ไม่ใช่ทุกคำของ คำว่า ” ขอโทษ ” จะแลกได้มาซึ่งคำว่า ” ไม่เป็นไร ” อย่าทำผิดต่อคนที่เรา “รัก” เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแล้วมันก็จะไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลย

แหล่งที่มา: ปริญญาชีวิต

เรียบเรียงโดย sharesod.com