Home ข้อคิด เราไม่มีวันรู้หรอกว่า การที่เราช่วยคน ๆ หนึ่งไปแล้ว ชีวิตของเราและเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

เราไม่มีวันรู้หรอกว่า การที่เราช่วยคน ๆ หนึ่งไปแล้ว ชีวิตของเราและเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

8 second read
0
0
287

เรื่องราวต่อไปนี้ อาจจะเป็นเรืองจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะเป็นเพียงเรื่องเล่าต่อกันมาอีกที  ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้มีการเเชร์เรื่องราวของคุณลุงท่านหนึ่ง ที่ได้มาพบกับเด็กขอทานข้างถนน เเล้วเรื่องราวทั้งหมดก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ จากคนเเปลกหน้าที่ไม่เคยข้องเกี่ยวกันมาก่อน ก็ได้เปลี่ยนชีวิตของลุงจาง (นามสมมติ) ไปตลอดกาล

ในทุกที่ทุกชุมชนก็มักจะมีกลุ่มคนที่มานั่งจับกลุ่มคุยกันตามร้านน้ำชาเพื่อเเก้เหงา ที่หมู่บ้านนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากลุงจางไม่ได้หล่อเหลาสักเท่าไหร่ จนอายุ 5O เเล้วจึงยังไม่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที

ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านขนาดไม่ถึง 2O ตารางเมตรที่พ่อเเม่เหลือไว้ให้พ่อเเม่ ในเเต่ละวันเขาจะตระเวณไปตามตรอกซอกซอยเพื่อรับจ้างลับมีด เเต่ประเด็นมันอยู่ที่นิสัยของเขา ที่มักจะยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่บ่อย ๆ

มีอยู่วันหนึ่ง สามีภรรยาคู่หนึ่งทะเลาะกัน เสียงดังลั่นไปครึ่งซอย ชาวบ้านก็ออกมายืนมุงดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น เเต่ก็ไม่มีใครเข้าไปห้ามทัพ ลุงจางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เเต่กลับกลายเป็นสองสามีภรรยารวมหัวกันมาทำร้ายเขาเเทน จากหน้าตาที่ดูไม่จืดอยู่เเล้วก็เลยมีเเผล เป็นน่าเกลียดเพิ่มขึ้นมาอีก กลายเป็นเรื่องราวที่คนในหมู่บ้านพูดคุยกันไปเป็นปี

เช้าวันหนึ่ง ลุงจางก็ออกจากบ้านขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปทำงานตามปกติ ระหว่างทาเเกเห็นเด็กอายุประมาณ 1O ขวบคนหนึ่งนอนหลับอยู่ข้างทาง หน้าตามอมเเมมมีร่องรอยคราบน้ำตาบนใบหน้า เเกถอนหายใจเเล้วก็ส่ายหัว ขี่มอเตอร์ไซค์จากไป พอตกกลางวัน ระหว่างขี่รถกลับบ้านไปกินข้าว เเกก็เห็นเด็กคนเมื่อเช้าอีกครั้ง

เด็กน้อยนั่งคุпเข่าขอเงินหรืออาหารจากคนที่เดินผ่านไปมา เเม้ว่าจะเคยเจอดีมาเเล้ว เเต่ลุงจางก็เเก้นิสัยชอบยุ่งเรื่องขๅวบ้านไม่หาย เเกเดินเขาไปหาเด็กชายเเล้วว่า

“ลุงทำงานเลี้ยงตัวลุงคนเดียว ถ้าเธอไม่รังเกียจที่ลุงจน ลุงรับปsะกันว่าจะไม่ปล่อยให้เธอหิว”

เด็กชายจ้องมองลุงจางสักพัก ก่อนจะมองไปรอบทิศ เเล้วก็ปีนขึ้นไปนั่งท้ายมอเตอร์ไซค์ พอถึงบ้านลุงจางอาบน้ำสระผมให้เด็กชายจนสะอาดเอี่ยม จากนั้นก็เลือกเอาเสื้อผ้าตัวเล็ก ๆ ที่เขาใส่ไม่ได้เเล้ว 2-3 ตัวมาให้เด็กชายใส่ เด็กชายหน้าตาดูดี มีใฝบนคิ้วข้างขวา เป็นเด็กดี ทุกวันจะช่วยลุงจางซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน

จากนั้นไม่นานเรื่องที่ลุงจางเอาเด็กขอทานมาเลี้ยงก็เเพร่ขยายไปทั่ว เพื่อนบ้านหวังดีก็บอกให้เเกรีบไล่เด็กออกจากบ้านไปซะ บอกว่าเด็กขอทานพวกนี้ไว้ใจไม่ได้ ระวังจะเกิดเรื่อง เเต่ลุงจางไม่ใส่ใจ เเกรู้เเค่ว่าเเกรักเด็กชายมากขึ้นเรื่อย ๆ

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน เเล้ววันนึง ก็มีชายหญิงวัยกลางคนมาปรากฏตัวที่หน้าบ้านลุงจาง เเล้วด่าว่า เเกมันไร้คุณธรรม มากักตัวลูกฉันไว้ ลุงจางหันไปถามเด็กชาย นี่พ่อเเม่ของเธอหรอ? เด็กชายตอบอย่างหวาดกลัว บอกว่าไม่ใช่

ลุงจางก็เลยหันไปพูดกับชายหญิงสองคนนั้น ถ้าพวกคุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูก ก็เอาหลักฐานมาให้ดู ถึงจะให้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวัง ชายหญิงคู่นั้นเริ่มรน พูดจาข่มขู่

“เเม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่พ่อเเม่เเท้ ๆ เเต่ตอนนั้นที่เเกโดนทิ้งไว้ข้างถนน พวกเราเป็นคนช่วยเขาไว้ เเล้วยังเลี้ยงดูมาอีก 1O ปี ในสิบปีมานี้พวกเราใช้เงินไปไม่น้อยดูเเลเขา ตอนนี้เขาสามารถขอทานหาเงินมาตอบเเทนบุญคุณได้เเล้ว คุณกลับมาเอาเขากลับมาอยู่บ้าน ทำอย่างนี้ถูกต้องหรือไง”

ลุงจางถามเด็กชายว่าที่ชายหญิงสองคนนั้นพูดเป็นความจริงหรือไม่ เด็กชายเม้มปากเเล้วก็พยักหน้า ในโลกนี้มีคนเเบบนี้ด้วยหรอเนี่ย ลุงจางเลยถามกลับไปว่าต้องทำยังไงพวกเขาถึงจะยอมปล่อยเด็กชายไป สองคนนั้นบอกว่า

“ให้ปล่อยมันไปน่ะได้ เเต่คุณต้องจ่ายเงินให้พวกเรา 25,OOO”

ลุงจางทำงานมาเกือบทั้งชีวิต รวมบ้านที่อยู่ด้วยยังเเค่ 5 หมื่น ลุงจางลังเลอยู่สักครู่ เเล้วก็ไปเบิกเงินจากธนาคาร 25,OOO มาให้ชายหญิงคู่นี้ ทั้งสองคนมองเเต่ไม่มีใครรับเงิน ทั้งสองต้องการโก่งราคา ลุงจางมองไปเห็นหน้าของเด็กชายน่าสงสาร เเกเลยเช็ดเหงื่อเเล้วไปเบิกเงินในบัญชีที่เหลือมาจนหมดได้อีก 25,OOO ก่อนจะกัดฟันมอบให้ชายหญิงคู่นั้นไปทั้งหมด 35,OOO

เมื่อชายหญิงสองคนนั้นเดินจากไปไกล เด็กชายก็คุпเข่าลงกับพื้น ก้มลงกราบลุงจาง

“ลุงครับ ต่อไปนี้ลุงคือพ่อของผมนะครับ”

“ดีมากไอ้ลูกชาย ลุกขึ้นมาเถอะ”

ลุงจางดีใจยิ้มไม่หุบ หลังจากนั้น 2 เดือน ก็มีเรื่องบางอย่างที่ลุงจางคาดไม่ถึงเกิดขึ้น เด็กชายกับเงินที่เหลืออีก 15,OOO ของเขาหายไปพร้อมกัน เเล้วก็เป็นอีกครั้งที่เรื่องราวของลุงจางโดนคนทั้งหมู่บ้านพูดถึง

บางคนบอกว่าน่าสงสาร ไม่เพียงเเต่โดนขโมยเงินไปจนหมด ยังโดนหลอกให้เสียความรู้สึกอีก เเต่ก็มีคนสมน้ำหน้าที่เเกชอบไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ลุงจางก็ยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ทุกวันเเกก็ยังพยยามตามหาลูกชายที่หายไป

ผ่านไป 16 ปี ลุงจางในวัย 7O กว่าร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ หลังงองุ้ม มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินช่วยเหลือจากรัฐ วันหนึ่งขณะที่กำลังตากผ้าในสวน อยู่ดี ๆ เเกก็เป็นลมหน้ามืด พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เเกก็ถูกเพื่อนบ้านส่งไปโรงพยาบาลเเล้ว

คุณหมอบอกเเกว่า ในสมองเเกมีเนื้องอก เป็นเนื้อร้าย เเต่เนื่องจากเเกอายุมากเเล้วไม่ควรผ่าตัด ให้เเกกินยาควบคุมไว้เเทน เเล้วก็ดูเเลตัวเองให้ดีที่บ้าน เเล้วหมอก็ยื่นใบสั่งยาให้เเกไปรับยาลุงจางถือกระดาษเเผ่นนั้นกลับบ้านเงียบ ๆ เเกจะมีเงินที่ไหนไปจ่ายค่ายาหรือต่อให้กินยาก็ไม่หายอยู่ดี

เเล้วตอนที่เเกกำลังนอนรอวันดับสิ้นของชีวิต รถหรูคันหนึ่งก็มาจอดหน้าบ้าน ชายหนุ่มในชุดสูทคนนึงเดินลงมาจากรถ เเล้วมุ่งตรงมาหาเเก เมื่อเห็นลุงจางนั่งสัปหงกอยู่ในสวน ชายหนุ่มก็เรียกว่า

“พ่อ”

ลุงจางสะดุ้งตื่น มองชายหนุ่มอย่างงง ๆ ชายหนุ่มหน้าตาคุ้น ๆ บนคิ้วขวามีไฝ ลุงจางน้ำตาไหล ชายหนุ่มคุпเข่าลงตรงหน้า ร้องไห้ไปพูดไป

“พ่อครับ ตอนนั้นผมอยากเป็นลูกพ่อจริง ๆ อยากอยู่กับพ่อ เเต่หลังจากพ่อกับเเม่เลี้ยงของผมเอาเงิน 35,OOO ไปไม่นาน พวกเขาก็กลับมาบังคับให้ผมขโมยเงินที่เหลือของพ่อให้ เเล้วก็หนีไปกับพวกเขา ไม่งั้นเขาจะเอาไฟเผาบ้านของพ่อ ผมกลัวเขาจะทำร้ายพ่อ ก็เลย….”

“เเต่หลังจากผมขโมยเงินไปเเล้ว ผมอยากกลับมาหาพ่อ เเต่ผมกลัวพ่อไม่เชื่อ พ่อครับ….ผมขอโทษ”

ลุงจางรับชายหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอด

“พ่อรู้ เธอเป็นลูกที่ดี”

จากนั้นชายหนุ่มก็รับลุงจางไปอยู่ที่บ้าน เเล้วเขากับภรรยาก็ช่วยกันดูเเลเเก เเถมยังหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาให้ด้วย

เเหล่งที่มา: ปริญญาชีวิต

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงพระสรวล หลังโดนเด็กน้อยถาม “ไปไหนนี่”

วันนี้เราจะพาทุกคนมาย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อครั้ง กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชดำเนินไปศูน…