Home ทั่วไป นักร้องหนุ่ม “ลำเพลิน วงศกร” น้ำตาอาบแก้ม หลังได้เจอหน้าพ่อครั้งแรกในรอบ 17 ปี

นักร้องหนุ่ม “ลำเพลิน วงศกร” น้ำตาอาบแก้ม หลังได้เจอหน้าพ่อครั้งแรกในรอบ 17 ปี

4 second read
0
0
135

สำหรับ “ลำเพลิน วงศกร” นับเป็นอีกนักร้องสายหมอลำ ตอนนี้กำลังมาแรงเลยทีเดียว หลังเคยออกมาเปิดใจ ชีวิตไม่เคยเจอหน้าพ่อเกือบ 20 ปี ล่าสุดฝันเป็นจริง ได้เจอพ่อบังเกิดเกล้า พร้อมเล่านาทีปๅฏิหๅริย์ น้ำตาอาบแก้ม

“ลำเพลิน วงศกร” โอปป้าสายหมอลำ อีกหนึ่งศิลปินสังกัดแกรมมี่ โกลด์ ในโครงการน้องใหม่ไต่ดาว โครงการ 2 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเจ้าตัวก็มีเรื่องที่อบอุ่นหัวใจเป็นที่สุด

นั่นก็คือ การได้พบเจอพ่อบังเกิดเกล้าอีกครั้ง หลังขาดการติดต่อมา 17 ปี สมการรอคอยหวังเป็นศิลปินเพื่อใช้ชื่อเสียงตามหาพ่อได้ง่ายขึ้น ก่อนใช้สื่อโซเชียลอย่างเฟซบุ๊กสืบหาชื่อพ่อจนเจอตัวและเดินทางไปเจอหน้าที่ จ.สระบุรี

ด้วยความที่พ่อกับแม่ ของลำเพลิน หย่าร้างกันตั้งแต่ ลำเพลิน ยังเล็ก ทำให้ต้องอาศัยอยู่กับคุณตา-คุณยาย เพราะคุณแม่ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพ ทำให้เจ้าตัวไม่ได้เจอหรือคลุกคลีกับทางคุณพ่อเลย จนในที่สุดเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพลงเฟซบุ๊กส่วนตัว

พร้อมข้อความดังนี้ “17 ปี ที่ห่างหาย จากคนที่ชื่อว่า “พ่อ” ยังจำจานข้าวผสมน้ำปลาได้ดี ยังจำ รอยไม้ที่ถูกตีจนหวาดกลัวได้ดี ยังจำ บ้านหลังน้อย ๆ หลังคามุงด้วยใบหญ้าคาได้ดี ยังจำ พ่อที่จน ๆ คนหนึ่งที่กลัวแต่ลูกไม่ได้กินข้าวได้ดี ฮอยจำของความจน ภาพแห่งความอดยังวนเวียนอยู่ในความรู้สึกของลูกคนนี้เสมอ

ดีใจที่พ่อยังแข็งแรง ไม่เคยเสียใจที่เกิดมาเป็นลูกคนยากจน แต่เสียใจที่ตอบแทนบุญคุณของบุพการียังได้ไม่ดีพอวันนี้ มันต้องดีกว่าอดีต ลูกคนนี้พึงระลึกบูชาคุณบิดามารดาไว้คุ้มครองกระหม่อม ทุกย่างก้าวของการเดินทางสู้ชีวิต สักวัน คนอยู่ข้างหลังผมต้องสบาย

อยากบอกว่า ผมดีใจ ที่เกิดมาเป็นลูกคนยากจน ความจนสอนให้ผมรู้จักการให้ ตอนเกิดมา พ่อกับแม่ผม แยกทางกันไป จนผมต้องได้ใช้นามสกุลของตาแทน เพราะพ่อไม่สามารถ ไปจดเป็นพ่อลูกได้เพราะแยกทางกับแม่ ผมมีตา-ยาย เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโต แม่ผมต้องไปทำงานที่ กทม.

ส่วนพ่อ ผมไม่รู้ชะตาชีวิต แต่ผมก็ไม่เคยขาดความอบอุ่นแต่อย่างใด อาจมีบางเวลาที่รู้สึกน้อยใจโชคชะตาชีวิตตัวเองนิด ๆ บางครั้ง วันแม่ทุกคนมีแม่ให้กราบ ส่วนผม ต้องกราบตาแทนแม่ เพราะแม่อยู่ กทม. วันพ่อก็มีตาที่ให้กราบ ทุกครั้งที่เห็นพ่อคนอื่นหยอกลูก ผมรู้สึกอบอุ่นแทนทุกครั้ง

และบางครั้งที่เห็นภาพคนด่าพ่อตีพ่อตัวเองผมเคยแอบร้องไห้ตามตอนเห็นภาพเหล่านั้น คิดในใจ เขามีพ่ออยู่ด้วย ทำไมเขาไม่ดูแลพ่อเขาดี ๆ ทำอย่างนี้ทำไม ที่พูดมาเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของความทรงจำที่มีต่อบุพการี

อยากบอกทุกคนที่เคยทำไม่ดีกับพ่อกับแม่ว่า ไปขอขมาท่านเถอะครับ ไม่มีความรักของใครจะล้ำเลิศไปกว่าบุญคุณของบุพการีของเราหรอกนะครับดีใจที่ได้กราบและกอดพ่อในวันนี้ ความอบอุ่นที่ผมเพิ่งเคยได้รับในรอบ 17 ปี ฮักพ่อเด้อครับ”

โดยหนุ่มลำเพลินยังเผยอีกว่าที่ผ่านมา เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ที่ต้องเคลียร์กันเองและตนมีครอบครัวฝั่งแม่ดูแล ทำให้ไม่รู้สึกขาดความอบอุ่น หลังเห็นความเป็นอยู่ของพ่อที่ลำบากก็ให้เงินหากขัดสนหรือพ่อหมุนเงินไม่ทันก็มาความช่วยเหลือได้ แต่ก็บอกพ่อตามตรงว่าตนต้องขอดูแลฝั่งแม่ที่เลี้ยงดูมาเป็นหลัก

วันนี้สบายใจแล้ว ที่ได้ดูแลทั้งแม่และพ่อ แม้จะไม่ได้อยู่พร้อมหน้าเพราะพ่อก็มีครอบครัวใหม่แล้ว นับเป็นครั้งแรกที่ ลำเพลิน ได้เข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับเจ้าตัวยิ่งนัก และถือเป็นของขวัญสุดพิเศษของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้หนุ่มลำเพลินยังเล่าถึงพุทธคุณพระที่ห้อยคอประจำตัว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายขาดไม่ได้อย่าง “หลวงพ่อเจริญ” วัดโนนสว่าง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ที่ตนขอเป็นลูกศิษย์มาร่วม 4 ปี

พร้อมทั้งยังเล่าอีกว่า เคยรอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังเดินทางไปร้องเพลงต่างจังหวัดกับผู้จัดการ ก่อนรถเสียหลักพุ่งชนประสานงา ตัวรถพังเละแต่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นพระที่นับถือและแขวนให้เห็นชัดเพื่อข่มการทำบาปหรือสิ่งไม่ดีว่าหากตนคิดจะทำไม่ดีก็ต้องละอายใจต่อพระที่ห้อยบ้าง

แหล่งที่มา : lumplearn_wongsakorn / eat543

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงพระสรวล หลังโดนเด็กน้อยถาม “ไปไหนนี่”

วันนี้เราจะพาทุกคนมาย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อครั้ง กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชดำเนินไปศูน…