Home ทั่วไป บิณฑ์-เอกพันธ์ นำคณะเลี้ยงอาหารช้าง 10 ตัน จำนวน 77 เชือก มอบเงินช่วยครอบครัวละ 1,000

บิณฑ์-เอกพันธ์ นำคณะเลี้ยงอาหารช้าง 10 ตัน จำนวน 77 เชือก มอบเงินช่วยครอบครัวละ 1,000

4 second read
0
0
103

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายบิณฑ์ และนายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางมาเพื่อช่วยเหลือช้างและครอบครัวควาญช้าง พร้อมทั้งมีการนำอาหารช้าง มาเลี้ยงช้างภายในศูนย์คชศึกษาจำนวน 77 เชือก

โดยนายกิตเมศวร์ รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของศูนย์คชศึกษา ได้นำนายบิณฑ์และนายเอกพันธ์ทำพิธีเซ่นศาลปะกำ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวช้างให้ความเคารพนับถือ โดยมีหมอช้าง อายุกว่า 80 ปี ซึ่งถือว่าเป็นหมอช้างรุ่นสุดท้าย ทำพิธีเซ่นไหว้บอกกล่าวศาลปะกำ

จากนั้นได้เดินทางไปยังโครงการ elephant world ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์คชศึกษา เพื่อกราบไหว้พระพิฆเนศองค์ใหญ่ ก่อนนำคณะเลี้ยงโต๊ะอาหารช้าง ซึ่งมีผลไม้ที่ช้างชื่นชอบกว่า 10 ตัน ให้ช้างจำนวน 77 เชือก พร้อมมอบเงินให้กับช้างน้อย 2 เชือก เชือกละ 5,000 บาท

ซึ่งเป็นช้างที่รอเข้าโครงการและเจ้าของต้องหาเลี้ยงเอง เพื่อเป็นการช่วยเหลือ จากนั้นได้ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญูมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวควาญช้างครอบครัวละ 1,000 บาท พร้อมมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวน 77 ราย สร้างความดีใจให้กับชาวช้างเป็นอย่างมาก

นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า สุรินทร์ถือเป็นพื้นที่ที่มีช้างเลี้ยงมากที่สุด อยากให้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ให้ดี ดูแลเขาให้ดี ยังไงหากมีปัญหาอะไรก็สามารถประสานไปทางตนได้ ยินดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง ดังนั้นควรดูแลเขาให้ดี ส่วนปัญหาช้างเร่ร่อนนั้น ตนคิดว่าน่าจะไม่มีแล้ว เพราะว่ามีโครงการต่าง ๆ เข้ามาดูแลแก้ไข ทุกอย่างเข้ามาอย่างมีระบบเป็นไปตามกฎหมายของบ้านเมือง

เช่น ช้างทุกเชือกต้องมีการจดทะเบียน มีแหล่งที่มาที่ไปมีที่อยู่อาศัย ทุกวันนี้ประเทศไทยทัดเทียมกับทั่วโลกแล้ว เพราะฉะนั้นจะไม่มีการเดินออกไปเรี่ยไรหรือขอสิ่งของจากชาวบ้าน อย่างที่ตนมาเห็นในวันนี้ ซึ่งเป็นการมาครั้งแรกที่ศูนย์คชศึกษาพบว่าช้างแต่ละเชือกสมบูรณ์มากและแทบไม่พบการใช้ตะขอสับช้างเลย มีการดูแลช้างดีมาก

นอกจากเชือกที่ดื้อก็ต้องสั่งสอนบ้าง เหมือนคำโบราณที่ว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ซึ่งช้างจะดีก็อยู่ที่ตะขอ แต่ไม่พบว่ามีการใช้ตะขอสับช้างเลยขอชื่นชมจริง ๆ

นายบิณฑ์ กล่าวอีกว่า ตนมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือช้างทั่วประเทศ ในขณะที่มูลนิธิร่วมกตัญญูก็เข้ามามีส่วนร่วมในการมอบเงินให้กับควาญช้างและครอบครัวช้าง โดยจะมอบให้ครอบครัวละ 1,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ สำหรับช้างทุกเชือกทุกจังหวัดที่ไม่สามารถดูแลได้ ตนจะมอบเงินช่วยเหลือให้เชือกละ 5,000 บาท ทุกครอบครัว

ในส่วนของ อบจ.สุรินทร์ ที่ดูแลอยู่ที่จุดนี้ก็ดูแลได้ดีแล้ว ตนเพียงนำอาหารช้างมาเลี้ยงและมอบเงินให้ครอบครัวช้างที่ยังไม่ได้เข้าโครงการช่วยเหลือ จำนวน 2 เชือก เชือกละ 5,000 บาท

ขณะที่นายกิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า โครงการ elephant world ถือว่าเป็นเหมือนมหาลัยช้าง ซึ่งใช้เป็นที่เผยแพร่วิชาคชศาสตร์เผยแพร่ไปทั่วประเทศ และ อบจ.สุรินทร์ กำหนดให้เป็นจุดอนุรักษ์ช้าง

สิ่งที่ทุกคนห่วงใยว่าช้างจะสูญพันธุ์ไปจากโลก ไม่ต้องห่วง เพราะชาวสุรินทร์จะยังคงอนุรักษ์ไว้ตลอดไป และในวันที่ 24 ก.ค.นี้ โครงการ elephant world จะมีการเปิดนิทรรศการช้างเป็นแห่งแรกของโลก ซึ่งจะเปิดให้ชมเพียง 30 วัน ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม

แหล่งที่มา: dailynews

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงพระสรวล หลังโดนเด็กน้อยถาม “ไปไหนนี่”

วันนี้เราจะพาทุกคนมาย้อนเรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อครั้ง กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชดำเนินไปศูน…