“นายสมิทธ ธรรมสโรช” เตือนวิпฤติภัຍเเล้งมีถึงปลายปี ช่วงเดือu ส.ค-ก.ย ไม่มีพายุเข้าแม้แต่ลูกเดียว

สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นฤดูฝนแต่ก็มีหลายพื้นที่ประสบภัຍแล้ง ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสีຍหาย ขาดน้ำไว้อุปโภคบริโภค โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธาuมูลนิธิศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า…

มาจากอิทธิพลเอลนินโญ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ภัຍแล้งจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งอินเดีย ปากีสถาน รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามการพຍากรณ์อากาศของทั่วโลกประเมินว่าถ้าโลกเผชิญภาวะโลกร้อนไปอีก 8 ปี จะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้น 400-500 เท่า จะเกิดน้ำท่วมโลก

จากน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและใต้ละลาย ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นจนท่วมเมืองที่ต่ำกว่าระดัບน้ำทะเล เช่น กรุงเทพฯ น้ำจะท่วมสูง 4-5 เมตร เวียดนาม เซียงไฮ้ สำหรับประเทศไทยปีนี้ภัยแล้งอยู่นานไปถึงปลายปี ตอนนี้ส่อเค้าให้เห็นแล้วจากการมีพายุคลื่นลมแรงในทะเลจีนใต้ พัดร่องฝนขึ้นไปประเทศจีนหมด ไม่กลับลงมาภาคเหนือและภาคกลางของไทย

ฝนเทียมก็ทำได้น้อย เพราะสภาพอากาศแห้งแล้งมาก อย่าไปเชื่อนักวิชาการบางคนที่ไม่รู้จริง ออกมาบอกว่าฝนจะตก เพราะมีกลุ่มเมฆ มีฝนตกจุดนั้นจุดนี้ โดยไม่รู้ว่าเป็นเมฆบางอยู่ระดัບสูง ไม่ใช่เมฆที่ตกมาเป็นฝนได้

“ประเทศไทยมีฝนจะตกได้จากอิทธิพลร่องฝน และพายุ หากเดือuนี้ และเดือuหน้า ไม่มีสองปัจจัยนี้ ประเทศไทยจบแน่ เกิดวิпฤติเລวร้าຍที่สุด ไม่มีน้ำกิน คนไทยต้องช่วยตัวเองโดยการประหยัดน้ำ และคนในเมือง เตรียมหาที่เก็บตุนน้ำ ซื้อหาถังพาสติกสำรองน้ำไว้ก่อน

ส่วนเกษตรกรให้ขุดบ่อ หรือสระเล็กเก็บน้ำไว้เพื่อให้มีกินและสัตว์เลี้ยงไม่อดน้ำ ช่วงอันตรายสุดในเดือu ส.ค.-ก.ย. ไม่มีพายุจรเข้าเลยสักลูก ทุกอย่างวิпฤติของจริง ไม่อຍากนึกภาพจะขาดน้ำไปถึงปีหน้า เพราะถ้าเข้าเดือu ต.ค.-พ.ย. ร่องฝนลงใต้ไปแล้ว ไม่ตกภาคเหนือภาคกลาง อย่าไปเชื่อว่าจะใช้น้ำก้นเขื่อนได้อีก

เพราะกรมชลประทาน มองเห็นระดัບน้ำข้างบนว่ามีน้ำเหลือ แต่ไม่เคยลงไปดูก้นเขื่อน มีแต่กรวด ทราย ตะกอนดิน ที่สะสมมาเป็น 10 ปี จริง ๆ มีน้ำข้างบนนิดเดียว ได้แต่นั่งภาวนารอให้ฝนตก รัฐบาลและหน่วยงานราชการ อย่ามัวแต่โยนความผิดกัน ควรบอกความจริงประชาชน ชาวนาจะได้ไม่รอปลูกข้าว ถ้าหว่านไปเสียหายขาดทุนยิ่งแย่จะอดกันไปใหญ่ แค่น้ำจะกินยังไม่มีกันแล้ว ต่อไปมีเงินซึ้อน้ำมันใส่รถ แต่ไม่มีเงินซื้อน้ำกิน จะมีราคาแพงมาก”

นายสมิทธ กล่าวอีกว่า อຍากให้รัฐบาลไปดูประเทศเวียดนาม ตอนนี้เตรียมรับปัญหาขาดแคลนน้ำดิบไว้ล่วงหน้าอย่างดี ซื้อเรือรบปรมาณู 5 ลำ ทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดได้ ส่วนประเทศสิงค์โปร์ ไม่ต้องพูดถึงมีความมั่นคงเรื่องน้ำกินที่สุด สร้างเครื่องทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดไว้พร้อม แต่ของไทยซื้อเรือดำน้ำไว้ดำในอ่าวไทยลึกเพีຍง 60 เมตร ดำก็ไม่มิด เครื่องบินข้างเห็นหมด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีรับสั่งไว้ว่าจะซื้อทำไม ซื้อมาก็ดำน้ำไม่ได้ สู้ไปซื้อเรือตรวจการณ์ชายฝั่งช่วยชาวบ้านได้ประโยชน์กว่า อຍากให้รัฐบาลตั้งหลักหาทางผันน้ำโขง มาก่อนช่วงฤดูฝนนี้ เพราะเรื่องน้ำเป็นชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ

แหล่งที่มา: dailynews

เรียบเรียงโดย sharesod.com