นักธุรกิจเดนมาร์ก เข้าแจ้งความ หลังซื้อรถหรูจาก สส.พรรคดัง ต่อมาพบว่ามีการกรอเลขไมล์

180

หนุ่มนักธุรกิจเดนมาร์ก แจ้งความ ซื้อรถเก๋งบีเอ็มฯ ที่ส.ส.พรรคดังโพสต์ขาย รับจากเต็นท์ วันแรกเครื่องน็อก ล่าสุดให้ช่างดู พบมีการกรอเลขไมล์ จาก 4 แสน เหลือ 6 หมื่นกม. ขอเงินคืนกลับโดนขู่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายแคสเปอร์ บาร์โธดิ (Mr.Casper Bartholdi) นักธุรกิจชาวเดนมาร์กผู้เสียหาย อายุ 34 ปี พร้อม น.ส.ศิรินภา ขุมทอง พี่สะใภ้ และนายนุกูล นุกูลกิจ ทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.หญิง พรพิมล ดอกไม้ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.
เพื่อแจ้งความเอาผิดส.ส.คนหนึ่ง พร้อมพี่ชาย และบริษัทขายรถมือสอง แห่งหนึ่งย่านตลิ่งชัน กทม. ในข้อหาขายของโดยการหลอกลวง ตามมาตรา 271 หลังซื้อรถยนต์มือสองจากบริษัทดังกล่าว แต่กลับได้รถไม่ได้คุณภาพตามที่ลงประกาศขายไว้

น.ส.ศิรินภา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือน พ.ค. 2561 นายแคสเปอร์ได้พบเห็น ส.ส.คนดังกล่าว โพสต์ประกาศขายรถเก๋ง BMW ซีรีส์ 7 ปี 2011 เลขไมล์การใช้งาน 60,000 ก.ม. สภาพพร้อมใช้งาน ลงในเว็บไซต์ ทำให้เกิดความสนใจและให้ น.ส.ดวงใจ ภรรยา ติดต่อสอบถาม
และนัดดูรถที่เต็นท์รถมือสองย่านกาญจนาภิเษก ก่อนจะมีการตกลงราคารถกันที่ 1,450,000 บาท นายแคสเปอร์และภรรยา จึงได้จ่ายเงินดาวน์รถให้จำนวน 6 แสนบาท
เพื่อนำรถกลับไปใช้ แต่ระหว่างที่กำลังขับรถออกจากเต็นท์ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านที่ จ.ชลบุรี ปรากฏว่ารถเกิดเสียที่บริเวณ ถ.มอเตอร์เวย์ จึงติดต่อเต็นท์รถที่ซื้อให้นำกลับไปซ่อม

น.ส.ศิรินภา กล่าวว่า ตั้งแต่ซื้อรถคันดังกล่าวมาใช้ระยะเวลากว่า 1 ปี ได้ผ่อนชำระไปแล้วรวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท รวมทั้งต้องซ่อมรถไปอีก 3 ครั้ง รวมเงินที่เสียไปต่างๆ จากรถคันนี้เป็นเงินเกือบ 1.4 ล้านบาท โดยครั้งล่าสุดนำรถเข้าศูนย์ BMW ที่ จ.ชลบุรี ช่างของศูนย์ตรวจสอบพบว่าเลขไมล์การใช้งานจริงๆ ของรถ สูงถึง 400,000 กิโลเมตร ไม่ใช่ 60,000 กิโลเมตร ตามที่กล่าวอ้าง

“จึงเชื่อว่ารถน่าจะถูกกรอเลขไมล์ก่อนนำมาประกาศขาย จึงได้ติดต่อกลับไปหา ส.ส.คนนี้ เพื่อขอเงินดาวน์รถและเงินค่าผ่อนรถคืน 1 ล้านบาท แต่ทางนั้นนบอกจะจ่ายให้เพียงแค่ 3 แสนบาท แต่ทางเราไม่ยอมจึงต้องการจะนำเรื่องเข้าแจ้งความ ถลัยพูดเชิงข่มขู่ว่าทำอะไรผมไม่ได้หรอก ผมเป็น ส.ส. ผมไม่กลัว ด้วยเหตุนี้จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มายังกองปราบในวันนี้”

ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำพร้อมตรวจสอบหนังสือสัญญา และเอกสารหลักฐานต่างๆ ก่อนรายงานเสนอให้ผู้บังคับบัญชา สั่งการต่อไป

ขอขอบคุณ : ไทยรัฐออนไลน์
เรียบเรียงโดย : หลิวหล่าวซือ