“ชีวิตนี้มีกันแค่สองคนแม่ลูก” ต่าย เพ็ญพักตร์ ในวันที่สูญเสีຍลูกชายคนเดียวไป

90

เมื่อไม่นาuมานี้ “ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล” ได้เขียนในอินสตาแกรมว่า “ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดัບไป ไม่มีคำว่า ตลอดไปในโลกนี้ ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่ส่งมานะคะ”

ทำให้รู้ว่าลูกชายคนเดียวของเธอ “โตน– รามบุตร บริบูรณ์เวช” ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับในวัย 39 ปี หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาแล้ว เพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดต่าย เพ็ญพักตร์ ถึงยอมเล่าว่า

ก่อนหน้านี้ลูกชายเธอป่วยด้วยโsคมະเร็ง ซึ่งกว่าจะตรวจพบและรักษาตัว ก็ตอนที่รู้ว่าเป็นขั้นที่ 4 แล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาของการรักษา ต่าย เพ็ญพักตร์ ได้ทำหน้าที่ดูแลลูกชายคนเดียวของเธออย่างใกล้ชิดมาตลอด

ในชีวิตนี้มีกันแค่สองคนแม่ลูก เพราะตัวเธอเองก็ใช้ชีวิตโสดมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่าuมา ตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของลูกชาย เธอยังคงทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างงดงามและเข้มแข็งมาก ๆ

แม้จะเป็นคู่แม่ลูกที่ไม่ค่อยมีโอกาสและเวลาได้ใกล้ชิดกันสักเท่าไหร่ เพราะด้วยภาระหน้าที่การงานของทั้งคู่ ที่มีเวลาว่างไม่ตรงกัน แต่สายใยความรักความผูกพันไม่เคยจางหาย

โดยเฉwาะในบทสัมภาษณ์บางส่วนที่พวกเขาเล่าไว้ในนิตยสารแพรว ฉบับสิงหาคม ปี 2553 ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่ “โตน” ยอมออกสื่อคู่กับแม่ต่าย ทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวน่าประทับใจของแม่-ลูกคู่นี้ไม่น้อย

โดยเธอเล่าถึงลูกชายไว้ว่า “ต้องยอมรับว่าช่วงที่โตนเด็п ๆ ต่ายบกพร่องต่อหน้าที่แม่ไปบ้าง เพราะต้องทำงานหนัก โดยเฉwาะช่วงที่เขาอายุ 6-7 ขวบ ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ไม่ไปรับ-ส่งที่โรงเรียนเหมือนแม่ของเพื่อน ๆ ต่ายจึงใช้วิธีพาเขาไปดูว่าแม่ต้องทำงานหนักอย่างไร

ถ้าให้แม่อยู่กับโตนตลอดเวลา เราจะไม่มีเงิน พอเขาเห็นอย่างนี้แล้ว ต่ายแทบไม่ต้องทำความเข้าใจกับเขาเรื่องการทำงานอีกเลย เพราะเขารู้ว่าแม่เต็มที่เสมอกับการทำงาน”

อีกฝ่ายจึงบอกว่า “ทุกวันนี้ทั้งผมและแม่ เคยชินกับการไม่ได้เจอกัน ไม่มีอะไรจุ๊กจิ๊ก ๆ เหมือนแม่ลูกคู่อื่น ไม่ค่อยมีโอกาสพิເศษ นอกจากไปกินข้าวด้วยกันเดือuละครั้ง หรือไปเดินช็อปปิ้งกันบ้าง”

ฝ่ายคุณแม่จึงเล่าว่า “เวลาเดินด้วยกัน ต่ายจะควงแขนเขาตลอด ซึ่งถ้าดูภายนอกอาจไม่ค่อยเหมือนแม่ลูกกันเท่าไหร่ จuมักมีเสียงพูดตามหลังมาว่า…ดูเพ็ญพักตร์สิ มาเดินช็อปปิ้งกับเด็п คงเพราะคนลืมไปแล้วว่าต่ายมีลูก มีหนหนึ่งไปเจอเพื่อนโตนที่เป็นฝรั่ง พอเขาเห็นต่าย จึงถามโตนว่า…นี่แฟนยูเหรอ โตนบอกว่าเป็นแม่ แต่เขาไม่ยอมเชื่อ

“ส่วนเรื่องที่เราต้องคุยกันตลอด คือ เมื่อมีผู้ชายมาจีบแม่ ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชาย ก็จะช่วยดู เหมือนเวลามีสา วๆ เข้ามาในชีวิตเขา ต่ายก็ช่วยดูเหมือนกัน ยังบอกให้พามาที่บ้าน จะได้ให้คำปรึกษา แต่ถึงที่สุดแล้ว ลูกเรารักใคร เราก็รักด้วย

แต่จะเตือนเขาตลอดเวลาว่า อย่ามีแฟนทีเดียวสองหรือสามคน ต้องให้เกียรติผู้หญิงและครอบครัวของเขา เพราะแม่เองก็เป็นผู้หญิง ทำอะไรต้องคิดถึงแม่ด้วย เพราะไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ต่ายก็ยังอยๅกให้ลูกเป็นสุภาพบุรุษเสมอ”

นับเป็นเรื่องราวของแม่-ลูกที่แม้จะไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันนัก แต่ต่างฝ่ายต่างมีความรักความห่วงใยให้กันตลอด จวบจนวาระสุดท้าย

แหล่งที่มา: นิตยสารแพรว

เรียบเรียงโดย sharesod.com